GSAFE GLOBAL ENGINEERING Co., Ltd.
บริษัท จีเซฟ โกลบอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
บริษัท จีเซฟ โกลบอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ที่มีสารไวไฟ เป็นสาเหตุต้นๆ ของการระเบิดในโรงงาน เนื่องจากก๊าซหรือไอระเหยที่รั่วไหลเพียงเล็กน้อยสามารถทำปฏิกิริยากับประกายไฟจากอุปกรณ์ทั่วไปจนเกิดโศกนาฏกรรมได้ การจัดการพื้นที่อันตรายจึงไม่ใช่แค่เรื่องของวิศวกรรมไฟฟ้า แต่เป็นหัวใจของการป้องกันอัคคีภัยในระบบ PSM
🔍 Finding: ประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินหน้างาน
จากการเข้าตรวจประเมินหน้างาน ทีมผู้ตรวจประเมินของ Gsafe พบสัญญาณความเสี่ยงดังนี้:
มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เช่น พัดลมระบายอากาศ หรือโคมไฟส่องสว่างที่เป็นชนิดไม่ใช่ป้องกันการระเบิด (Non-Ex Rated) ในรัศมีอันตราย
พบการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปภายในระยะ 3 เมตรจากจุดระบายไอระเหย (Vent Stack) ของถังผสมสารไวไฟ
ขาดป้ายบ่งชี้เขตพื้นที่อันตรายที่ชัดเจน ทำให้พนักงานนำอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม (เช่น โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือช่างทั่วไป) เข้าไปใช้งาน
⚠️ Hazard Mechanism: กลไกความอันตราย เมื่อบรรยากาศโดยรอบมีส่วนผสมของไอระเหยไวไฟและอากาศในสัดส่วนที่เหมาะสม (Flammable Atmosphere) อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมจะกลายเป็นตัวจุดชนวนทันที:
Ignition Source: อุปกรณ์ Non-Ex สามารถเกิดประกายไฟขณะทำงาน (Arcing/Sparking) หรือมีความร้อนสะสมที่ผิวสัมผัสสูงจนถึงจุดติดไฟเอง (Auto-ignition temperature)
Vapor Cloud Explosion: หากเกิดการรั่วไหลเพียงเล็กน้อย ไอระเหยจะสะสมในพื้นที่ และหากเจอจุดสปาร์คจะเกิดการระเบิดรุนแรงทันที
✅ Gsafe Recommendation: แนวทางการจัดการตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ Process Safety Information (PSI) และความปลอดภัยทางไฟฟ้า ทาง Gsafe แนะนำแนวทางดังนี้:
Area Classification Audit: ตรวจสอบและปรับปรุงแบบแปลนการแบ่งเขตพื้นที่อันตรายให้เป็นปัจจุบันตามหน้างานจริง
Equipment Upgrade: เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในเขตอันตรายให้เป็นชนิด Explosion-proof ที่มีค่า T-Class และ Gas Group สอดคล้องกับสารเคมี
Strict Control: ควบคุมการนำอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟเข้าเขตอันตรายอย่างเคร่งครัดผ่านระบบ Hot Work Permit
อ้างอิงมาตรฐาน: IEC 60079-10-1 (Classification of areas) และ NFPA 497